Work Life Balance สำหรับชีวิตของผู้หญิง

เคล็ดลับผู้หญิง
Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการแฟชั่นผู้หญิงแห่งประเทศไทย

Table of Contents

Share on facebook
Facebook
Share on twitter
Twitter

ชีวิตประจำวันของพวกคุณคือการตื่นนอนมาตอนเช้ากินอาหารเช้าอาบน้ำแต่งตัวและเตรียมตัวเพื่อไปทำงานคุณคิดว่าคุณภาพชีวิตของพวกคุณอยู่ที่ไหนหรือคุณเคยคิดกันบ้างไหมว่าความตื่นเต้นของชีวิตของพวกคุณมันถูกซ่อนอยู่ตรงไหนในการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน

หากวันนี้คุณหันกลับมาคิดว่าชีวิตของคุณมีอะไรที่น่าสนใจและดูแล้วมันมีความน่าตื่นเต้นมากกว่านี้เรามีการแบ่งปันในสำหรับสิ่งที่จะทำให้ชีวิตของคุณได้สร้างความ Balance ความตื่นเต้นเร้าใจให้คุณรู้สึกตื่นตัวเพื่อที่จะใช้ชีวิตในแต่ละวันอย่างมีความสุขโดยเราเรียกสิ่งนี้ว่า Work Life Balance 

คุณคิดว่า work Life Balance คืออะไร และมันมีประโยชน์กับการดำเนินชีวิตของคุณอย่างไร

อธิบายกันอย่างง่าย ๆ เลย work Life Balance ก็คือการสร้างสมดุลไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการทำงานและการดำรงชีวิตประจำวัน ความบาลานซ์ในชีวิตของคุณก็คือการที่คุณจะต้องวางแผนเตรียมการ รวมไปถึงการจัดลำดับความสำคัญของการดำเนินชีวิตในแต่ละวัน 

ดังนั้น work Life Balance จึงมีความสำคัญมากที่สุดสำหรับการจัดลำดับการดำเนินชีวิต ไม่ว่าคุณจะต้องเริ่มต้นทำในสิ่งที่คุณต้องการอยากจะทำคุณมีความจำเป็นที่จะต้องจัดลำดับความสำคัญในเรื่องนั้น ๆ และสร้างวิธีการอย่างถูกต้องเพื่อไปถึงสิ่งที่คุณต้องการให้สำเร็จ 

แต่ก่อนหน้านี้เมื่อคุณต้องการจะทำอะไรสักอย่างคุณจะพยายามไล่ตามสิ่งที่คุณต้องการจะทำนั้นปราศจากการวางแผน คุณทุ่มเทให้กับมันแบบเต็มเหนี่ยวโดยที่คุณไม่สนใจความต้องการเพิ่มเติมรอบข้างเลยแม้แต่น้อย สิ่งเหล่านี้เราจะเรียกมันว่าการขาดความสมดุลของชีวิต นี่คือเหตุผลทำไมคุณต้องเริ่มเริ่มทำ work Life Balance ให้กับชีวิตของคุณอย่างเร็วที่สุดและได้รับผลลัพธ์ที่เยี่ยมยอดที่สุดเพื่อให้ชีวิตของคุณมีความสมดุลและสามารถใช้ชีวิตอย่างมีความสุขได้

เมื่อคุณรู้แล้วว่า Work Life Balance สามารถสร้าง benefits ให้กับชีวิตของคุณมาดูกันว่า How to สร้าง work Life Balance ให้มีผลลัพธ์ที่ดีทำอย่างไร

6 ผลประโยชน์สมดุลชีวิตการทำงานที่ดีที่สุด

1. เพิ่มผลผลิต

เนื่องจากคุณสามารถสร้างสมดุลระหว่างงานและชีวิตส่วนตัวของคุณโดยไม่ต้องผสมทั้งสองอย่างเข้าด้วยกัน คุณจึงสามารถมีประสิทธิผลมากขึ้น

คุณจะไม่เครียดกับงานว่าจะไปหาลูก ๆ อย่างไร ทำอาหารอะไรเป็นอาหารค่ำ หรือต้องพาสามีภรรยาออกไปยังไงเพื่อที่คุณจะได้จุดไฟความโรแมนติกขึ้นมาใหม่ คุณจะไม่ต้องรีบกลับบ้านเพื่อพาลูก ๆ เข้านอน หรือหวังว่าคู่สมรสจะไม่ขอให้ทำอะไรเพื่อที่คุณจะได้ทำงานให้เสร็จเพราะว่างานของคุณจะเสร็จที่ทำงาน

ชีวิตการทำงานและชีวิตส่วนตัวของคุณจะไม่ทับซ้อนกัน ซึ่งหมายความว่าคุณจะสามารถทำสิ่งต่าง ๆ ได้มากขึ้นกับเวลาของคุณ เพราะคุณจะเครียดน้อยลง สิ่งนี้นำไปสู่ผลประโยชน์ในชีวิตการทำงานในครั้งต่อ ๆ ไป

2. ความเครียดน้อยลง

รู้หรือไม่ ความเครียดส่งผลเสียต่อร่างกาย เช่น ความดันโลหิตสูง ปัญหาทางเดินอาหาร ปวดเมื่อยเรื้อรัง และนอกจากนี้ยังสามารถส่งผลเสียต่อสุขภาพจิตของคุณประโยชน์ที่ยอดเยี่ยมของความสมดุลระหว่างชีวิตและงานคือความเครียดน้อยลง

ความเครียดเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่สูงขึ้นต่อภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวล และการนอนไม่หลับ  ดังนั้น ความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานช่วยให้คุณจัดลำดับความสำคัญของวันได้ เพื่อให้คุณไม่ต้องกังวลและหนักใจกับสิ่งที่คุณต้องทำอย่างต่อเนื่องหรือคิดถึงสิ่งที่คุณไม่ได้ทำอยู่ตลอดเวลา คุณจะสามารถแยกเวลาออกจากวันของคุณเพื่อทำสิ่งที่คุณชอบทำ

การมีสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานจะช่วยได้มากที่จะทำให้คุณเรียนรู้ที่จะรักชีวิตที่คุณในขณะที่คุณทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างสิ่งที่ต้องการจะทำจนทำให้เกิดความเครียด ความสมดุลช่วยให้ชีวิตง่ายขึ้น

3. ปัญหาสุขภาพน้อยลง

ประโยชน์มหาศาลของความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานคือทำให้ปัญหาสุขภาพของคุณมีน้อยลง เป็นเพราะเหตุผลใหญ่ที่ทำให้คุณเครียดถึงขีดสุดก็คือชีวิตของคุณไม่สนใจที่จะสร้างความสมดุลระหว่างงานและชีวิต คือ ส่วนใหญ่คุณมักจะให้งานมาเป็นที่หนึ่งก่อนสิ่งอื่น ๆ เสมอ และคุณพยามบีบคั้นเวลาให้ตอบโจทย์การทำงานแบบเร่งด่วน จึงทำให้ไม่เกิดผลลัพธ์ที่ดีได้ ความเครียดเริ่มถาโถม 

แน่นอนว่าความเครียดทั้งหมดที่คุณมีสามารถนำคุณไปสู่ปัญหาสุขภาพไม่ใช่เพียงแค่ทางร่างกายเท่านั้น ยังกระทบโดยตรงไปถึงจิตใจอีกด้วย

ปัญหาสุขภาพร่างกายและจิตใจที่เกิดความเครียด ได้แก่ ความดันโลหิตสูง, หัวใจวาย, ปัญหาทางเดินอาหาร, ปวดเมื่อยเรื้อรัง, ปัญหาหัวใจ, ภาวะซึมเศร้า, ความวิตกกังวล, นอนไม่หลับ, ความผิดปกติทางบุคลิกภาพ

ดังนั้น การมีสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานช่วยให้คุณมีความเครียดน้อยลงมากซึ่งเป็นขั้นตอนแรกหากได้ผลก็จะสามารถส่งผลให้คุณมีปัญหาสุขภาพน้อยลง

4. แรงจูงใจเพิ่มเติม

บอกเลยว่าการมี work-life balance นั้นดีที่สุด เพราะความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงานจะทำให้คุณเกิดแรงจูงใจมากขึ้น เนื่องจากลำดับความสำคัญทั้งหมดของคุณจะเกิดขึ้นและคุณจะมีเวลามากขึ้นในการทำสิ่งที่คุณต้องการ เมื่อไหร่ที่คุณมีแรงจูงใจที่จะทำมากขึ้นเวลาก็จะตามมา คุณจะเลิกเครียดหมดความวิตกกังวล และชีวิตจะเริ่มมีชีวิตชีวาและมีความสนุกสนานมากขึ้น

5. ช่วยป้องกันความเหนื่อยหน่าย

ประโยชน์อย่างมากต่อความสมดุลระหว่างชีวิตและงานคือช่วยป้องกันภาวะหมดไฟหรือ Prevent burnout เพราะภาวะหมดไฟนี้จะทำให้คุณเริ่มมีความเหนื่อยล้า อารมณ์แปรปรวน หงุดหงิดง่าย เพราะคุณรู้สึกว่าคุณกำลังถูกบางอย่างกลืนลงไป ความสุขในชีวิต ความตื่นตัวกระฉับกระเฉง มันแทบไม่มีหลงเหลือในตัวคุณเลย

ให้คุณสร้างความชื่นชมความรู้สึกของคุณด้วยการพูดกับตัวเอง ให้กำลังใจตัวเองด้วยคำว่า “ฉันทำมันได้สิ” “ฉันต้องไปถึงสิ่งที่ฉันตั้งใจให้ได้” “ฉันเป็นคนเก่ง”  และให้ลองมองโลกด้วยความชื่นชมยินดีและมองโลกในแง่ดีจนชีวิตรู้สึกเหมือนได้รับพรไม่ว่าคุณกำลังอยู่ในการตำหนิของใคร

6. รักงานของคุณมากขึ้น

มันไม่ง่ายนักที่จะสร้างความเชื่อโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่องานดูเหมือนกับเป็นทุกอย่างในชีวิต และกำลังดูดความสุขทุกส่วนที่คุณมีออกไป แต่เชื่อเถอะหากคุณมีสมดุลที่ดีเยี่ยมระหว่างชีวิตกับงานมันจะช่วยให้คุณรักงานของคุณและมองงานของคุณเป็นของหวาน 

ผลของการสร้างความสมดุลอีกอย่างเกี่ยวกับงาน มันทำให้คุณจะไม่เบื่อหน่ายกับงานอีกต่อไป คุณจะได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และพร้อมสำหรับวันใหม่เพราะทุกอย่างถูกเตรียมพร้อมอย่างลงตัวและคุณจะไม่กังวลกับทุกสิ่งที่คุณต้องทำที่บ้านและพยายามค้นหาสิ่งที่น่าวุ่นวายในที่ทำงาน

สิ่งที่สำคัญที่สุด เมื่อไหร่คุณจะไม่มองว่าการทำงานเป็นเป้าหมายทั้งหมดและเป็นทั้งหมด คุณจะไม่มุ่งความสนใจไปที่งานเพื่อพาคุณไปสู่เป้าหมายสูงสุดในการมีความสุข ประโยชน์ที่น่าอัศจรรย์มากมายเมื่อพูดถึงความสมดุลระหว่างชีวิตและการทำงาน

คุณจะสามารถที่จะมีความสุขเพราะคุณจะมีเวลาที่จะทำในสิ่งที่คุณต้องการจะทำแทนการทำสิ่งที่คนอื่นต้องการให้คุณทำ และที่สำคัญคุณจะได้ไปให้ถึง Goal ของตัวคุณเองแบบไม่มีสะดุด เมื่อไหร่ที่งานกับเวลาเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดต่อกันได้ นั่นหมายถึงความสำเร็จในการสร้างความสุขในการดำเนินชีวิตของเรา