วิธีปลูกผมสำหรับผู้หญิงผมบางโดยธรรมชาติ

เคล็ดลับผู้หญิง
Poster 24
Poster 24

ผู้คว่ำหวอดในวงการแฟชั่นผู้หญิงแห่งประเทศไทย

Table of Contents

Facebook
Twitter

โดยปรกติแล้ว ศรีษะล้านหรือภาษาทั่วไปเรียกหัวล้าน ก็ไม่ใช่ปัญหาเฉพาะคุณผู้ชายนะคะ เป็นปัญหาของผู้หญิงอย่างเราด้วยเช่นกัน ยิ่งเรื่องผมจัดว่าเป็นปัญหาชีวิตของผู้หญิงเลยก็ว่าได้ เพราะผมคือด่านแรกสำหรับการมีหน้าตาและช่วยเสริมให้บุคลิกดูดีได้ 

เรียกกันง่าย ๆ ในบทความนี้ว่า ความหัวล้าน ก่อนหน้านี้มักเกิดกับคนสูงอายุ แต่ปัจจุบันปัญหาผมหลุดร่วง บางเกินไปเกิดขึ้นได้ในทุกวัย อาจจะเกิดได้จากวงจรการเจริญเติบโตของเส้นผมมีปัญหา เป็นได้จากหลายปัจจัย เช่น ความเครียด การขาดสารอาหาร 

เรารวบรวบวิธีการเยียวยารักษาผมหลุดร่วงอย่างง่าย ๆ แบบชนิดที่ไม่ต้องออกไปแสวงหาวิธีการล้านขั้นตอนที่ไหน แต่อ่านสิ่งที่นำมาบอกต่อกันแล้วทำตาม เท่านี้ก็สามารถช่วยแบ่งเบาบรรเทาอาการเหมือนการเยียวยาด้วยตัวเองที่บ้านอย่างง่าย ๆ แล้วค่ะ อะไร ยังไง แบบไหน มาดูกัน ฝากไม่มีขั้นต่ำ

สาเหตุของการพังจากอาการหัวล้านของผู้หญิงคืออะไร

บอกได้เลยว่าอันดับแรกที่ก่อให้เกิดคือพันธุกรรม และตัวต่อมาคือฮอร์โมนในร่างกายของเราที่สร้างขึ้นมาบกพร่องจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เส้นผมบนศรีษะของเรามีปัญหา และสาเหตุอื่นอีก แต่สาเหตุทั้งหมดนี้ก็ยังขึ้นอยู่กับอายุและเพศของบุคคลนั้น ประเภทที่พบว่าศรีษะล้านยังแบ่งออกเป็นประเภทต่าง ๆ ได้อีก เช่น  

  • สูงวัย
  • ฮอร์โมนไม่สมดุล
  • บาดเจ็บหรือไหม้
  • การติดเชื้อที่หนังศรีษะเช่นกลาก
  • ขาดธาตุเหล็ก
  • ปริมาณโปรตีนไม่เพียงพอในอาหาร
  • ประวัติครอบครัวที่ศรีษะล้าน
  • ภาวะสุขภาพหรือความเจ็บป่วยที่ทำให้ผมร่วง
  • ยาที่ใช้ในเคมีบำบัด 

ที่กล่าวมาทั้งหมดนี้คือประเภทของการทำให้เกิดหัวล้านที่แตกต่างกัน มาทำตามรายการด้านล่างเพื่อจัดการกับอาการผมร่วงและหัวล้านที่ผิดปรกติมากเกินไปของผู้หญิงกันนะคะ มาลองทำตามกันว่ามันจะเห็นผลเหมาะสำหรับคุณแค่ไหน

1. หาน้ำมันใส่ผมที่ดีที่สุด 

1. หาน้ำมันใส่ผมที่ดีที่สุด 

#น้ำมันละหุ่ง การนวดด้วยน้ำมันละหุ่งเป็นประจำจะช่วยกระตุ้นรากผมโดยเพิ่มการไหลเวียนของเลือดไปทั่วหนังศรีษะ น้ำมันละหุ่งมีคุณสมบัติต้านช่วยลดการอักเสบและต้านเชื้อราที่สามารถช่วยลดรังแคและผมร่วง ใช้น้ำมันระหุ่ง 2-3 ช้อนโต๊ะ วอร์มน้ำมันเล็กน้อยแล้วทาลงบนหนังศรีษะของคุณทิ้งไว้ค้างคืน ให้ทำซ้ำ 3-4 ครั้งต่อสัปดาห์ 

#น้ำมันมะพร้าว ไขมันในน้ำมันมะพร้าวมีส่วนช่วยบำรุงและน้ำมันแอลฟาโทโคฟีรอลที่ช่วยให้หนังศรีษะนุ่มไม่แห้ง ทำให้รู้สึกถึงความสดชื่นและชุ่มชื้น อีกทัังยังช่วยกระตุ้นการทำงานของรูขุมขนทำให้การเจริญเติบโตของเส้นผมแข็งแรงขึ้น น้ำมันมะพร้าวยังอุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่ปกป้องหนังศรีษะและเส้นใยผมจากความเสียหายจากแสงอาทิตย์หรือการเป่าผมด้วยความร้อน

ใช้น้ำมันมะพร้าวบริสุทธิ์ 2-3 ช้อนโต๊ะ อุ่นน้ำมันสักสองสามวินาทีแล้วนวดหนังศีรษะ ทิ้งไว้ 4-5 ชั่วโมงเพื่อให้เห็นผลที่ดี ล้างน้ำมันออก ให้ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์

#น้ำมันสะระแหน่

ฟังดูไม่คุ้นเคยกันเลยจริง ๆ กับน้ำมันสะระแหน่ แต่ถ้าบอกว่ามันคือน้ำมันเปปเปอร์มินต์ เชื่อว่าต้องร้องอ๋อ น้ำมันชนิดนี้เป็นน้ำมันหอมระเหยที่มีสรรพคุณช่วยต่อต้านสารก่อให้เกิดอาการภูมิแพ้ และช่วยต่อต้านอาการอักเสบ ต้านอนุมูลอิสระ ไม่เพียงเท่านี้ยังมีความพิเศษช่วยต้านเชื้อแบคทีเรีย อีกทั้งน้ำมันเปปเปอร์มินต์ยังช่วยการกระตุ้นการเจริญเติบโตของผมให้มีความหนาและยาวขึ้นอย่างรวดเร็ว

คุณใช้น้ำมันเปปเปอร์มินต์เพียง 3-5 หยดเจือจางผสมกับน้ำ ทาลงบนหนังศรีษะและเส้นผม หลังจากนั้นให้อบด้วยผ้าขนหนูที่ผ่านการทำให้อุ่น หรือใช้หมวกอาบน้ำคลุมทิ้งไว้ 30 นาที แล้วล้างออกด้วยแชมพูอ่อน ๆ ทั่วไป ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง 

#น้ำมันมะกอก

ความพิเศษของน้ำมันมะกอกมีสารหนึ่งชนิดที่พบได้ นั่นคือ Oleuropein ซึ่งเป็นสารประกอบฟีนอล สารตัวนี้จะช่วยส่งเสริมเรื่องของการเจริญเติบโตของเส้นผม นอกจากนี้ยังมี Squalenที่ทำหน้าที่เป็นมอยเจอร์ไรเซอร์ ช่วยประคองความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมได้ยาวนาน ดังนั้นน้ำมันมะกอกสามารถช่วยบำรุงเส้นผมของคุณและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมอย่างเห็นได้ชัด

ให้ใช้น้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ วอร์มสักครู่แล้วทาลงบนศีรษะ นวด 4-5 นาที และทิ้งไว้จนเช้า แต่หากคุณไม่มีเวลามากพอ ให้ทำทิ้งไว้อย่างน้อยหนึ่งชั่วโมง ทำแบบนี้เป็นประจำสัปดาห์ละ 3 ครั้ง

#น้ำมันโจโจ้บา

น้ำมันที่เกิดจากธรรมชาติแท้ ๆ เป็นน้ำมันที่ผิวหนังสามารถดูดซึมเข้าไปได้ง่าย มีฤทธิ์ต้านอาการอักเสบของหนังศรีษะและให้ความชุ่มชื้น ช่วยขับสารพิษจากผลกระทบทางมลภาวะทั่วไป อีกยังช่วยในการบำรุงเส้นผมของคุณและส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมไม่ให้ขาดหลุดร่วงได้ง่าย สร้างความแข็งแรง

เติมน้ำมันโจโจ้บา 2-3 ช้อนชา นวดลงหนังศรีษะ ทิ้งไว้ 3-4 ชั่วโมงแล้วล้างมันออกด้วยแชมพู ให้ทำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง 

#น้ำมันทีทรี 

Tea Tree Oilน้ำมันที่มีที่มาจากใบของMelaleuca alternifoliaซึ่งเป็นต้นไม้ขนาดเล็กที่มีถิ่นกำเนิดในควีนส์แลนด์และนิวเซาธ์เวลส์ของออสเตรเลีย น้ำมันทีทรีทำงานได้ดีเนื่องจากเป็นสารต้านจุลชีพครอบคลุมปัญหาหนังศีรษะในวงกว้าง การศึกษาพบว่าน้ำมันทีทรี 5% มีประสิทธิภาพในการรักษารังแค รังแครุนแรงหรือการติดเชื้อที่หนังศรีษะที่สามารถสู่จุดกำเนิดอาการหัวล้าน

ใช้น้ำ Tea Tree Oil  3-4 หยด ผสมคู่กับ น้ำมันมะกอก มะพร้าว หรืออัลมอนด์ ใช้ 2 ช้อนโต๊ะ เจือจางน้ำมันหอมระเหยโดยผสมกับน้ำมันตัวที่คุณเลือก นวดลงไปบนหนังศรีษะและทิ้งไว้อย่างน้อย 1 ชั่วโมง ล้างออกด้วยแชมพู ใช้วิธีนี้นี้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ 

#น้ำมันคาลอนจิ

ไม่คุ้นเคยกันเท่าไหร่กับน้ำมัน Kalonji แต่มันมีชื่อเรียกอีกอย่างว่าน้ำมันเมล็ดดำ และมีการกำหนดเป็นส่วนผสมไว้ในยา Unani เป็นตัวยาโดยเฉพาะเพื่อรักษาอาการผมร่วงและหัวล้าน  เพราะมีคุณสมบัติช่วยเสริมสร้างรูขุมขนที่แข็งแรงและช่วยสร้างเส้นผมใหม่ที่นำไปสู่การเจริญเติบโตของเส้นผมชุดใหม่ที่ไฉไลเงางามกว่าเดิม 

ใช้น้ำมันคาลอนจิ 1 ช้อนโต๊ะ ผสมเข้ากับน้ำมันมะกอกบริสุทธิ์ 2 ช้อนโต๊ะ ใช้ผสมน้ำมันทั้งสองให้เข้ากันแล้วทาลงบนหนังศรีษะ นวดพักทิงไว้ 15 นาที หลังจากนั้นล้างออกด้วยแชมพูอ่อนๆ น้ำมันชนิดนี้มีความพิเศษที่ไม่ทิ้งความเหนอะไว้กับเส้นผมจึงทำให้สามารถทำได้วันเว้นวัน

2. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

2. น้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์

ACV ( Apple Cider Vinegar) มีประสิทธิภาพในการปรับสมดุลค่า pH ของหนังศรีษะ นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติต้านจุลชีพ สารใดที่เป็นจุลชีพมักมีคุณสมบัติสามารถผสานเข้าไปในตัวผลิตภัณฑ์หรือพื้นผิวได้เกือบทุกชนิดเพื่อยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียและเชื้อราอย่างต่อเนื่อง สิ่งเหล่านี้เป็นตัวช่วยในเรื่องการขจัดรังแคและอาการคันหนังศรีษะ ยังเพิ่มความแข็งแรงให้กับส้นผม แต่อย่างไรก็ตาม ไม่มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เชื่อมโยงน้ำส้มสายชูแอปเปิ้ลไซเดอร์กับการเจริญเติบโตของเส้นผม

น้ำส้มสายชูหมักจากแอปเปิล ACV 1-2 ช้อนโต๊ะผสมน้ำเล็กน้อย และเจือจาง นวดหนังศรีษะสักหนึ่งหรือสองนาทีแล้วล้างออกด้วยแชมพูและน้ำเปล่าอุณหภูมิปรกติ ทำซ้ำ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

3. ว่านหางจระเข้

อ้างจากการศึกษาเลยก็ว่าได้สำหรับว่านหางจระเข้ที่เชื่อว่าหลาย ๆ  คนรู้จักคุ้นเคยกับสรรพคุณกันเป็นอย่างดี และยังพบว่าว่านหางจระเข้สามารถช่วยลดการอักเสบของหนังศรีษะที่เกิดจากรังแคได้อย่างชะงัก และในบางคนรังแคก็ไม่กลับมากวนใจอีก นอกจากนี้ยังปกป้องเส้นผมของคุณจากความเสียหายจากความร้อนมลภาวะและรังสียูวี 

ใช้เจลว่านหางจระเข้สด หรือใช้เป็นผลิตภัณฑ์ออร์แกนิกที่มีจำหน่าย ชโลมลงไปที่หนังศรีษะระหว่างเส้นผม พักไว้ประมาณ 15-20 นาที สระผมตามปกติ ให้ทำเช่นนี้ 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ 

4. น้ำหัวหอม

4. น้ำหัวหอม

มาเลยค่ะความฉุนที่ผู้หญิงหลายคนอาจส่ายหัวเบา ๆ แต่รู้มั้ยว่าคุณสมบัติของน้ำหัวหอมมันมีสรรพคุณตัวเด็ด เพราะพบว่าน้ำหัวหอมมีประสิทธิภาพในการรักษาผมร่วงเป็นหย่อม ๆ ผสมไปกับน้ำผึ้งมีคุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียและเชื้อราที่สามารถช่วยลดรังแคและผมร่วงได้ เน้นย้ำนะคะ อย่าลืมล้างส่วนผสมนี้ออกอย่างถูกวิธี ไม่เช่นนั้นคุณจะมีกลิ่นหัวหอมที่ฉุนแรง

เตรียมความพร้อมด้วยสิ่งเหล่านี้ หัวหอมขนาดกลาง 1 หัว น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ สำลีก้อน ขูดหัวหอมและบีบน้ำออกเพิ่มน้ำผึ้งลงไปและผสมให้เข้ากัน ใช้สำลีก้อนชุบส่วนผสมนี้ลงบนหนังศรีษะแล้วทิ้งไว้ 20-30 นาที ล้างหนังศรีษะและเส้นผมด้วยแชมพู ให้ทำเช่นนี้สัปดาห์ละ 2 

5. ขิง

5. ขิง

อ้างอิงงานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์กันเลยกับคุณสมบัติพิเศษของน้ำขิง ที่ไม่ใช่แต่ขับลมภายในร่างกาย วิทยาศาสตร์ยังแสดงให้เห็นว่าขิงมีสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพที่กระตุ้นการไหลเวียนของหนังศรีษะและฟื้นฟูรูขุมขนให้แข็งแรงกว่าเดิมหลายเท่าหากเราใช้มันบ่อย ๆ 

นำรากขิง 1-2 นิ้ว ขูดขิงแล้วแช่ลงในน้ำมันน้ำมันมะกอกหรือน้ำมันโจโจ้บา 2 ช้อนโต๊ะ นวดหนังศรีษะให้ใช้เนื้อขิง ใช้เวลานวดประมาณ 2-3 นาที พักทิ้งไว้ 30 นาที แล้วสระผม ให้ทำเช่นนี้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์

6. เมธี Methi

6. เมธี Methi

อาหารเสริมที่มี fenugreek seedsเมล็ดฟีนูกรีก มีความโดดเด่นในการรักษาอาการผมร่วงในระดับต่ำถึงปานกลางในผู้หญิง สารสกัดจาก Fenugreek ยังส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมที่เชื่อถือได้

นำผงเมธี 2-4 ช้อนโต๊ะ (ฟีนูกรีก) ผสมกับน้ำหรือบัตเตอร์มิลค์ Buttermilkเพื่อให้ได้แป้งที่มีความสม่ำเสมอ ทาลงบนหนังศีรษะแล้วทิ้งไว้ประมาณหนึ่งชั่วโมง ล้างออกอย่างอ่อนโยนด้วยแชมพูใช้ในการมาสก์ผม ให้ทำวิธีนี้สัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง

7. สมุนไพรจีน

7. สมุนไพรจีน

การแพทย์แผนจีนแนะนำให้ใช้สมุนไพรหลายชนิดเพื่อแก้ปัญหาศรีษะล้านและอาการผมร่วงประเภทต่างๆ เช่น Ginseng, Huáng Qí, Ginkgo, Danggui และ Rehmannia glutinosa เป็นสมุนไพรจีนที่มีประสิทธิภาพสำหรับศีรษะล้าน 

สมุนไพรเหล่านี้มักจะทำงานโดยการเพิ่มการไหลเวียนบนหนังศรีษะหรือใช้เป็นยาบำรุงเฉพาะของเหลวในร่างกาย แต่การใช้สมุนไพรจีนต้องอยู่ภายใต้การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการแพทย์แผนจีนเพื่อทราบส่วนผสมที่เหมาะสมและปริมาณที่เหมาะสมในการรักษาอาการศรีษะล้านของคุณ อย่ากำหนดส่วนผสมเองเพราะสมุนไพรเหล่านี้หากใช้ในปริมาณมากเกินไปอาจจะเป็นการทำลายมากกว่าการรักษา

8. กาแฟ

8. กาแฟ

คุ้นเคยแบบไม่ต้องมีคำอธิบาย เพราะคาเฟอีนในกาแฟสามารถช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของรูขุมขนใหม่ สร้างความแข็งแรงของเส้นผมขึ้นใหม่ไม่ให้หลุดร่วงได้ง่าย 

ส่วนผสมที่เข้ากันและไม่เคยแยกจากกันเลยนั่นก็คือการนำน้ำผึ้งมาเป็นส่วนผสมเข้าด้วยกันกับผงกาแฟ ให้ใส่น้ำผึ้ง 1 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนโต๊ะ ผงกาแฟ 2 ช้อนชา ผสมส่วนผสมทั้งหมดเข้าด้วยกัน และให้ใช้ส่วนผสมเป็นทำเป็นมาส์กบนหนังศีรษะ ทิ้งไว้ 20 นาทีแล้วล้างออกด้วยแชมพูปกติของคุณ ใช้มาสก์ผมกาแฟนี้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์ 

9. ไข่แดง

9. ไข่แดง

ไข่แดงนะคะไม่ใช่ไข่ขาว อย่าจำสับสนนะคะระหว่าสองไข่นี้ สำหรับผมเราจะใช้เป็นไข่แดงเพราะไข่เป็นหนึ่งในแหล่งโปรตีนที่ดีที่สุด โดยเฉพาะไข่แดงมีเปปไทด์ที่กระตุ้นการเจริญเติบโตของรูขุมขน และไม่เพียงแต่เพิ่มการเจริญเติบโต แต่ยังทำให้ผมนุ่มสลวยเป็นเงางามและเด้งดึ๋ง

ง่ายมากกับขั้นตอนนี้ นำไข่สด 1 ฟองแยกไข่แดงแล้วตีให้เข้ากันทาที่รากผมและผมทิ้งไว้ 1 ชั่วโมง หลังจากนั้นล้างออกด้วยแชมพู คุณสามารถใช้ไข่ทั้งฟองสำหรับการมาส์กผมหนึ่งครั้ง  ใช้มาส์กผมไข่นี้ 2 ครั้งต่อสัปดาห์เป็นเวลาสองสามสัปดาห์ติดกัน 

10. รากชะเอม Licorice Root

10. รากชะเอม Licorice Root

รากชะเอมหรือเรียกให้ดูดีหน่อยก็ Licorice เราพบว่ารากชะเอมเทศมีศักยภาพในด้านการส่งเสริมการเจริญเติบโตของเส้นผมสำหรับผู้หญิง ลดการหลุดร่วงและสร้างเส้นผมที่แข็งแรงตรงสลวย 

ให้ใส่ผงรากชะเอม 1 ช้อนชา นมสด 1/2 ถ้วย ผสมขมิ้นเล็กน้อย ผสมผงชะเอมและขมิ้นลงในนมแล้วทาลงบนหนังศีรษะของคุณ คลุมศีรษะด้วยหมวกอาบน้ำแล้วทิ้งไว้ค้างคืน เมื่อคุณตื่นนอนให้ล้างหนังศรีษะและเส้นผมตามปกติในตอนเช้า ให้ทำเช่นนี้ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ 

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับสมุนไพร หรือสรรพสิ่งที่ได้มาจากธรรมชาติ บอกได้เลยว่าส่วนผสมใดก็ตามที่ก่อกำเนิดจากธรรมชาติมักมีประสิทธิภาพเยี่ยมยอด เห็นผลดีในทันที ไม่ต้องกังวลกับไซด์เอฟเฟคการระคายเคืองขณะใช้ แต่ก่อนที่คุณจะเลือกใช้วิธีแก้ไขใดๆ เหล่านี้ ให้เข้าใจและหาสาเหตุของอาการศรีษะล้านที่แท้ทรูสำหรับตัวคุณก่อน แล้วจึงเลือกใช้วิธีการรักษาที่เหมาะสมกับคุณที่สุด